วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jphri <p><strong>วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข</strong></p> <p><strong>ISSN: 2822-0382</strong></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong> : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงที่ครอบคลุมเนื้อหาด้านสาธารณสุขศาสตร์ ได้แก่ ชีวสถิติ และวิทยาการระบาด อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม บริหารสาธารณสุข การส่งเสริมสุขภาพ นวัตกรรมสาธารณสุข และ สหสาขาวิชา โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ คณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน</p> <p><strong>กำหนดออก</strong> : วารสารตีพิมพ์ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม, ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม</p> <p> </p> th-TH btum@tsu.ac.th (ผศ.ดร.ตั้ม บุญรอด) switchada@tsu.ac.th (ดร.วิชชาดา สิมลา ) Thu, 26 Feb 2026 11:52:20 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบด้วยแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิต โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jphri/article/view/284056 <p><strong>บทนำ</strong><strong>: </strong>เบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อที่มีความสำคัญของระบบสาธารณสุข การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบด้วยแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิตและประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น</p> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong><strong>:</strong> การศึกษาแบบการวิจัยเชิงผสมผสาน ประกอบด้วย ระยะที่ 1 พัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลินิก DM remission จำนวน 10 คน เก็บข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ คือ การวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 34 คน สุ่มตัวอย่างอย่างง่ายแบบไม่คืนกลับ เข้าร่วมกิจกรรมตามแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิต ระยะเวลา 12 สัปดาห์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แบบบันทึกผลลัพธ์ทางคลินิก และแบบประเมินความพึงพอใจ ค่าความเชื่อมั่น 0.78, 0.81, 0.87 และ 0.92 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired t-test และ Wilcoxon signed rank test</p> <p><strong>ผลการศึกษา</strong><strong>: </strong>รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ ได้แก่ การให้ความรู้แนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิต การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนในกลุ่ม การจัดระบบบริการในคลินิก DM การสร้างเครือข่ายชุมชนผ่านกลุ่ม LINE และ นโยบายสนับสนุนโรคเบาหวานระยะสงบโดยทีมสหวิชาชีพ ประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้นพบว่า ค่าเฉลี่ยความรู้ (p&lt;0.001) ทัศนคติ (p=0.030) และพฤติกรรมการปฏิบัติตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (p&lt;0.001) หลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดหลังเข้าร่วมโปรแกรมต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.001) กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 35.3 (12 คน) หยุดยาเบาหวานได้ </p> <p><strong>สรุปผล</strong><strong>: </strong>การปฏิบัติตามแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิตมีส่วนช่วยให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ</p> สุดาดวง เฮงพูลธนา, ปัทมา ล้อพงค์พานิชย์, วิลาสินี สุราวรรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jphri/article/view/284056 Thu, 26 Feb 2026 00:00:00 +0700