https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johss/issue/feed วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ 2026-09-29T08:54:34+07:00 Asst.Prof.Pikul Audthiya pikul.a@mail.bcnlp.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ</strong> เป็นวารสารรายหกเดือนหรือครึ่งปี กำหนดการออกวารสาร ฉบับ ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน) และฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม). วารสารมีนโยบายการเผยแพร่บทความที่มีคุณภาพด้านสุขภาพ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ซึ่งนิพนธ์โดยพยาบาล แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด ฯลฯ ซึ่งปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข สาธารณสุขชุมชน อนามัยสิ่งแวดล้อม และบทความด้านการพยาบาลทั่วไป ทฤษฎีการพยาบาลและการวิจัยการพยาบาลขั้นสูงและการพยาบาลเฉพาะทาง โดยมีผู้นิพนธ์จากทั้งภายในและภายนอกสถาบัน รับบทความประเภท บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทวิจารณ์หนังสือ และบทวิจารณ์บทความ</p> <p>บทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ <strong>ในกระบวนการพิจารณาแบบ Double-blind ผู้ประเมินจะไม่ทราบตัวตนของผู้เขียนบทความ ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน จะได้รับการคัดเลือกจากสถาบันที่หลากหลาย ภายในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องหรือสาขาที่ใกล้เคียง และต้องไม่สังกัดสถาบันเดียวกันกับผู้เขียนบทความ</strong></p> <p>บทความวิจัยที่จะตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ<strong><span style="text-decoration: underline;">จะต้องผ่านการพิจารณาจริยธรรมวิจัยในคนและมีเลขที่รับรองก่อนตีพิมพ์</span></strong></p> https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johss/article/view/287106 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงของประชาชนที่มารับบริการ ณ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา 2026-08-01T13:46:49+07:00 วาสนา กันคำ wasasa.k@bcnpy.ac.th กาญจนา สาใจ kanjana.s@bcnpy.ac.th <p> การวิจัยเชิงพรรณนาหาความสัมพันธ์แบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงและปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมดังกล่าวในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 330 ราย ที่รับบริการ ณ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพะเยา เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังและความเสี่ยงจากโซเดียมสูง การรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค 0.82, 0.85, 0.87 และ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ไคสแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมน และการถดถอยโลจิสติกทวิภาคแบบตัวแปรเดี่ยว รายงาน Crude OR และ 95% CI<br /> ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.88 มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงในระดับไม่ดี ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์ทางบวกระดับต่ำกับพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ (rs = +0.14, p = 0.01)โรคประจำตัวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ (x<sup>2</sup>= 5.08, df = 1, p = 0.02) ขณะที่อายุ เพศ รายได้ และอาชีพไม่พบความสัมพันธ์ ปัจจัยด้านความรู้และการรับรู้ทุกตัวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ (p &lt; 0.001) ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง (Crude OR = 86.56, 95% CI = 23.69–316.26) ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากโซเดียมสูง (Crude OR = 75.71, 95% CI = 23.06–248.55) การรับรู้ความรุนแรง (Crude OR = 56.21, 95% CI = 19.73–160.13) การรับรู้ประโยชน์ (Crude OR = 41.63, 95% CI = 16.22–106.86) และการรับรู้อุปสรรค (Crude OR = 80.28, 95% CI = 21.50–299.83) ผลการศึกษานี้สามารถนำมาใช้พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการลดโซเดียมในชุมชนและปรับเมนูอาหารท้องถิ่นภาคเหนือให้มีโซเดียมลดลงเพื่อป้องกันการเกิดโรคไตเรื้อรัง</p> 2026-09-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง