ส่งบทความ

เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

คำแนะนำผู้แต่ง

คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ สำหรับผู้เขียนบทความหรืองานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ลงวารสาร

            กองบรรณาธิการวารสารวิจัยทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านส่งบทความวิชาการหรือรายงานการวิจัยทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารฯ โดยสามารถส่งต้นฉบับมาได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารนี้ถือเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ทั้งนี้กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจทานและแก้ไขต้นฉบับให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กองบรรณาธิการกำหนด วารสารมีกำหนดออกปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม
          คณะกรรมการดำเนินการจัดการวารสาร ใคร่ขอความร่วมมือท่านผู้เขียนดำเนินข้อกำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่และคำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์ในวารสารฯ ดังนี้

ข้อกำหนดการตีพิมพ์ในวารสาร มีดังนี้

          1. ผู้ที่ประสงค์จะส่งรายงานการวิจัยหรือบทความวิชาการเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารฯ ต้องสมัครเป็นสมาชิกวารสารฯ
          2. รายงานการวิจัยหรือบทความวิชาการจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานั้นๆ จำนวน 2 ท่านและผลการพิจารณาการตีพิมพ์ของผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่านถือเป็นที่สุด
          3. กรณีที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ ผู้เขียนจะได้รับหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการและจะได้รับวารสารฯ ฉบับที่มีผลงานวิจัยนั้น จำนวน 1 ฉบับ
          4. สำหรับผลงานวิจัยที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบ เพื่อตรวจทานและแก้ไขต้นฉบับให้ถูกต้องตามหลักวิชาการตามความเหมาะสม
          5. บทความวิชาการหรือรายงานการวิจัยที่ส่งมาจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารอื่นมาก่อนหรือไม่อยู่ในระหว่างส่งไปตีพิมพ์ ในวารสารฉบับอื่

การเตรียมต้นฉบับ

          1. ต้นฉบับต้องพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft word window ใช้ตัวอักษร Angsana new ขนาดตัวอักษร 16 point และใช้กระดาษพิมพ์ขนาด A4 เว้นห่างจากขอบ 1 นิ้ว เว้นบรรทัดใช้ระยะ single space ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์เลขหน้ากำกับทุกแผ่นที่มุมขวาบน ความยาวของรายงานการวิจัยไม่เกิน 12 หน้ากระดาษ ส่วนบทความวิชาการไม่เกิน 10 หน้า (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง) การใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษในเนื้อหาให้ใช้ตัวเล็กทั้งหมด ยกเว้นชื่อเฉพาะ
          2. ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์ไว้หน้าแรกตรงกลาง
          3. ชื่อผู้เขียน วุฒิการศึกษาสูงสุด ตามลำดับ ให้ระบุทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์ไว้ตรงกลางอยู่ใต้ชื่อเรื่อง โดย
พิมพ์หมายเลขแบบ superscript ไว้หลังชื่อผู้เขียน ส่วนตำแหน่งทางวิชาการ/ตำแหน่งงานปัจจุบัน สถานที่ทำงานของหัวหน้าโครงการวิจัยและคณะผู้วิจัยเรียงตามลำดับ ให้ใช้หมายเลขแทนชื่อผู้เขียน ให้พิมพ์ไว้เป็นเชิงอรรถในหน้าแรก
          4. รายงานการวิจัย ต้องมีบทคัดย่อและคำสำคัญ ที่ระบุทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย โดยเริ่มจากหน้าภาษาอังกฤษก่อน
(จำนวนไม่เกิน 300 คำ) โดยเขียนลักษณะเรียงตามลำดับ ดังนี้ ส่วนที่ 1 ความสำคัญของปัญหาไม่เกิน 2-3 บรรทัด ชนิดของงานวิจัย วัตถุประสงค์งานวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จำนวนและวิธีการได้มาของกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยมีอะไรบ้าง ผลการตรวจสอบคุณภาพ การหาความตรงตามเนื้อหา ค่าที่คำนวณได้ การหาความเชื่อมั่นใช้สูตรอะไรและค่าที่คำนวณได้ การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนที่ 2 สรุปผลงานวิจัยและข้อเสนอแนะการนำผลงานวิจัยไปใช้ ส่วนที่ 3 คำสำคัญ (key word) ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย 3-5 คำ
          5. ภาพประกอบ (ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ) หากมีคำอธิบายเพิ่มเติมให้พิมพ์ไว้ใต้ภาพประกอบ ภาพถ่ายต้องเป็นภาพที่มีขนาดไม่เกิน 3x5 นิ้ว
          6. การเรียงลำดับหัวข้อในการเขียนรายงานเพื่อการตีพิมพ์ ให้เรียงหัวข้อตามลำดับดังนี้
                   6.1 รายงานการวิจัย
                             6.1.1 บทคัดย่อและคำสำคัญภาษาอังกฤษ
                             6.1.2 บทคัดย่อและคำสำคัญภาษาไทย
                             6.1.3 คำสำคัญ 3-5 คำ
                             6.1.4 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
                             6.1.5 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
                             6.1.6 กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย
                             6.1.7 วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย ชนิดของงานวิจัย วัตถุประสงค์งานวิจัย สถานที่ทำการศึกษา ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จำนวนและวิธีการได้มาของกลุ่มตัวอย่าง
                             6.1.8 เครื่องมือการวิจัยและการตรวจสอบคุณภาพ
                             6.1.9 การเก็บรวบรวมข้อมูล การพิทักษ์สิทธิ์ของกลุ่มตัวอย่าง และการวิเคราะห์ข้อมูล
                             6.1.10 การพิทักษ์สิทธิ์ผู้ร่วมวิจัย
                             6.1.11 ผลการวิจัย
                             6.1.12 การอภิปรายผล
                             6.1.13 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ หรือข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
                             6.1.14 เอกสารอ้างอิง
                   6.2 บทความวิชาการ
                             6.2.1 บทคัดย่อและคำสำคัญภาษาอังกฤษ
                             6.2.2 บทคัดย่อและคำสำคัญภาษาไทย
                             6.2.3 เนื้อหาบทความทางวิชาการ ประกอบด้วย บทนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุป
                             6.2.4 เอกสารอ้างอิง

การเขียนเอกสารอ้างอิง

          แนวทางการเขียนเอกสารอ้างอิง ใช้ระบบแวนคูเวอร์ (Vancouver Style) การอ้างถึงเอกสารวิชาการรูปแบบแวนคูเวอร์ ให้
เรียงลำดับของเอกสาร ตามลำดับเลขที่มีการอ้างถึงในเนื้อหางานวิจัยหรือบทความ ซึ่งหมายเลขที่อ้างถึงในเนื้อหาเรื่องนั้นต้องตรงกับหมายเลขที่มีการกำกับไว้ในส่วนเอกสารอ้างอิงด้วย โดยเรียงลำดับจากหมายเลข 1 ไปถึงเลขที่สุดท้าย โดยพิมพ์เป็นตัวยก (superscript) กรณีอ้างอิงหลายรายในเนื้อหาเดียวกัน หากรายการอ้างอิงต่อเนื่องกันใช้ hyphen ระหว่างตัวเลข เช่น 1-3 แต่หากรายการอ้างอิงไม่ต่อเนื่องใช้ comma (,) ระหว่างตัวเลข เช่น 1-3,7 รายละเอียดการเขียนอ้างอิงรูปแบบแวนคูเวอร์ มีดังนี้

1. บทความจากวารสารวิชาการมาตรฐาน (Standard journal article)

        รูปแบบพื้นฐาน

ชื่อผู้แต่ง (Author). ชื่อบทความ (Title of the article). ชื่อวารสาร (Title of the Journal) ปีที่พิมพ์ (Year);เล่มที่ของวารสาร (Volume):หน้าแรก-หน้าสุดท้าย (Page).

1.1 ผู้นิพนธ์คนเดียว หรือหลายคน

          รายชื่อผู้นิพนธ์ภาษาอังกฤษ ให้เรียงตามลำดับ โดยเริ่มจาก นามสกุล แล้วตามด้วยชื่อ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายวรรคตอนต่อ
ท้ายนามสกุล ใช้เครื่องหมาย , หลังชื่อทุกคน
         กรณีผู้นิพนธ์มีมากกว่า 6 คน ให้ใส่ชื่อ 6 คนแรก คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยคำว่า “et al.” และภาษาไทยใช้คำ
ว่า “และคณะ”

1. Halpern SD, Ubel PA, Caplan AL. Solid-organ transplantation in HIV-infected patients. N Engl J Med 2002;347:284-7.
2. อภิชาต โอฬารรัตนชัย, ธีระพร วุฒยวนิช. การสร้างช่องคลอดเทียมโดยอาศัยเยื่อถุงน้ำคร่ำ. เชียงใหม่เวชสาร 2532;29:129-36.
3. Mitchell SL, Teno JM, Kiely DK, Shaffer ML, Jones RN, Prigerson HG, et al. The clinical course of advanced dementia. N Engl J Med 2009;361:1529-38.
4. จริญา เลิศอรรฆยมณี, เอมอร รักษมณี, อนุพันธ์ ตันติวงศ์, กรุณา บุญสุข, อิงพร นิลประดับ, พุฒฑิพรรณี วรกิจโภคาทร, และคณะ. ความเสี่ยงและประสิทธิผลของการผ่าตัดต่อมลูกหมาก. จดหมายเหตุทางแพทย์ 2545;85:1288-95.

1.2 ผู้นิพนธ์เป็นหน่วยงานหรือสถาบัน

1. World Health Organization. Surveillance of antibiotic resistance in Neisseria gonorrhoeae in the WHO Western Pacific Region. Commun Dis Intell 2002;26:541-5.
2. สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย. เกณฑ์การวินิจฉัยและแนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพทางกายของโรคระบบการหายใจเนื่องจากการประกอบอาชีพ. แพทยสภาสาร 2538;24:190-204.

1.3 ไม่ปรากฏชื่อผู้นิพนธ์

1. 21st century heart solution may have a sting in the tail. BMJ 2002;325:184.
2. Control hypertension to protect your memory. Keeping your blood pressure low may guard against Alzheimer's, new research suggests. Heart Advis 2003;6:4-5.

2. หนังสือ

        รูปแบบพื้นฐาน

ชื่อผู้แต่ง (Author). ชื่อหนังสือ (Title of the book). ครั้งที่พิมพ์ (Edition). เมืองที่พิมพ์ (Place of Publication): สำนักพิมพ์ (Publisher); ปี (Year).

2.1 ผู้นิพนธ์คนเดียว

1. Murray PR. Medical microbiology. 4th ed. St. Louis: Mosby; 2002.
2. Janeway CA, Travers P, Walport M, Shlomchik M. Immunobiology. 5th ed. New York: Garland Publishing; 2001.
3. เกษม วัฒนชัย. การดูแลรักษาโรคความดันโลหิตสูง (Clinical management of essential hypertension). กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา; 2532.
4. รังสรรค์ ปัญญาธัญญะ. โรคติดเชื้อของระบบประสาทกลางในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์; 2536.

2.2 หนังสือที่มีบรรณาธิการ ผู้รวบรวม หรือประธานเป็นผู้แต่ง

1. Gilstrap LC, Cunningham FG, VanDorsten JP, editors. Operative obstetrics. 2nd ed. New York: McGraw-Hill; 2002.
2. วีระพล จันทร์ดียิ่ง, สนทิศ สุทธิจำรูญ, บรรณาธิการ. นรีเวชวิทยาเด็กและหญิงวัยรุ่นสาว. สงขลา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2531.

2.3 บทหนึ่งในหนังสือ

        รูปแบบพื้นฐาน

 

ชื่อผู้เขียน (Author). ชื่อบท (Title of a chapter). ใน/In: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ/editor(s). ชื่อหนังสือ (Title of the book). ครั้งที่พิมพ์ (Edition). เมืองที่พิมพ์ (Place of publication): สำนักพิมพ์ (Publisher); ปีพิมพ์ (Year). หน้า/p. หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
1. Esclamado R, Cummings CW. Management of the impaired airway in adults. In: Cummings CW, Fredrickson JM, Harker LA, Krause CJ, Schuller DE, editors. Otolaryngology - head and neck surgery. 2nd ed. St. Louis, MO: Mosby Year Book; 1993. p. 2001-19.
2. ประสงค์ ตู้จินดา. บทนำและประวัติทางการแพทย์เกี่ยวกับทารกแรกเกิด. ใน: ประพุทธ ศิริปุณย์ อุรพล บุญประกอบ, บรรณาธิการ. ทารกแรกเกิด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โครงการตำรา ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2533. หน้า 1-6.
3. เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์. การให้สารน้ำและเกลือแร่. ใน: มนตรี ตู้จินดา, วินัย สุวัตถี, อรุณ วงษ์จิราษฎร์ประอร ชวลิตธำรง, พิภพ จิรภิญโญ, บรรณาธิการ. กุมารเวชศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์; 2540. หน้า 424-78.

3. เอกสารอื่นๆ

3.1 วิทยานิพนธ์

        รูปแบบพื้นฐาน

 

ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง [ประเภท/ระดับปริญญา]. เมืองที่พิมพ์: มหาวิทยาลัย; ปี ที่ได้ปริญญา.
1. Kaplan SJ. Post-hospital home health care: the elderly's access and utilization [dissertation]. St. Louis,MO: Washington University; 1995.
2. อังคาร ศรีชัยรัตนกูล. การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.

3.2 บทความในเอกสารการประชุมวิชาการ หรือรายงานการประชุม

        รูปแบบพื้นฐาน

 

ชื่อผู้เขียน. ชื่อเรื่อง. ใน/In: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ/editor. ชื่อการประชุม; วัน เดือน ปีที่ประชุม; สถานที่จัดประชุม. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีพิมพ์. หน้า/ p. หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
1. Christensen S, Oppacher F. An analysis of Koza's computational effort statistic for genetic programming. In: Foster JA, Lutton E, Miller J, Ryan C, Tettamanzi AG, editors. Genetic programming. EuroGP 2002: Proceedings of the 5th European Conference on Genetic Programming; 2002 Apr 3-5; Kinsdale, Ireland. Berlin: Springer; 2002. p.182-91.
2. ประมวล วีรุตมเสน. การปฏิสนธินอกร่างกาย และการย้ายฝากตัวอ่อนในคน. ใน : อุกฤษต์ เปล่งวาณิช, เสบียง ศรีวรรณบูรณ์, มลินี มาลากุล, บรรณาธิการ. การประชุมใหญ่ทางวิชาการฉลอง 100 ปี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2534. หน้า 5-7.

4. แหล่งข้อมูลอิเลคโทรนิก

        รูปแบบพื้นฐาน

ชื่อผู้แต่ง (Author). ชื่อบทความ (Title of the article) [ประเภทของสื่อ/วัสดุ]. ปีพิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ/cited ปี เดือน วันที่]. เข้าถึงได้จาก/ Available from: https://………….

4.1 CD-ROM

* Anderson SC, Poulsen KB. Anderson's electronic atlas of hematology [CD-ROM]. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2002.

4.2 Journal article on the Internet

* Annas GJ. Resurrection of a stem-cell funding barrier--Dickey-Wicker in court. N Engl J Med [Internet]. 2010 [cited 2011 Jun 15];363:1687-9. Available from: https://www.nejm.org/doi/pdf/10.1056/NEJMp1010466

4.3 Database on the Internet

Open database:
* Who's Certified [database on the Internet]. Evanston (IL): The American Board of Medical Specialists. c2000 - [cited 2001 Mar 8]. Available from: HYPERLINK "https://www.abms.org/newsearch.asp" https://www.abms.org/newsearch.asp
Closed database:
* Jablonski S. Online Multiple Congential Anomaly/Mental Retardation (MCA/MR) Syndromes [database on the Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US). c1999 [updated 2001 Nov 20; cited 2002 Aug 12]. Available from: HYPERLINK "https://www.nlm.nih.gov/mesh/jablonski/syndrome_title.php" https://www.nlm.nih.gov/mesh/jablonski/syndrome_title.php

4.4 Part of a database on the Internet

* MeSH Browser [database on the Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US); 2002 - [cited 2003 Jun 10]. Meta-analysis; unique ID: D015201; [about 3 p.]. Available from: HYPERLINK "https://www.nlm.nih.gov/mesh/MBrowser.php" https://www.nlm.nih.gov/mesh/MBrowser.php Files updated weekly.

นโยบายความเป็นส่วนตัว

The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.