วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned <p><strong>วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ (</strong><strong>Journal of Nursing and Therapeutic Care)</strong></p> <p><strong><span class="font-weight-bold" data-v-4fadc455="">ISSN:</span> 2985-1432 (Online)</strong></p> <p>วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ ชื่อเดิม: วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </p> <p>และเปลี่ยนเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษ <strong>จากเดิม "Journal of Nursing and Health Care" </strong></p> <p><strong>เป็น “Journal of Nursing and Therapeutic Care”</strong></p> <p>วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ (Journal of Nursing and Therapeutic Care) เป็นของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางของบุคลากรวิชาชีพการพยาบาลฯ การดูแลสุขภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมเผยแพร่ความรู้และแนวปฏิบัติจากงานวิจัย บทความวิชาการ และบทความอื่นๆที่น่าสนใจ <strong>เพื่อเพิ่มพูนความเข้มแข็งทางวิชาชีพการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ</strong> ดังนั้นจึงใคร่ขอเชิญชวนให้พยาบาลทุกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องที่สนใจส่งบทความมาเผยแพร่ในวารสารนี้ กองบรรณาธิการยินดีรับเรื่องที่ท่านส่งมาและยินดีสรรหาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ท่านเขียน มาให้ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงต้นฉบับให้ได้คุณภาพอย่างสมบูรณ์แบบ</p> <p>ตีพิมพ์ปีละ 4 ฉบับ ทุก ๆ 3 เดือน</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน</p> <p>ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม</p> th-TH jnatned@gmail.com (รองศาสตราจารย์ ดร. จันทร์ทิรา เจียรณัย) jnatned@gmail.com (ภานุมาศ หาญสุริย์) Tue, 07 Jul 2026 15:14:45 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความวิตกกังวลของผู้ป่วยที่เข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/284091 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคลปัจจัยข้อมูลการส่องกล้องและสภาวะการเจ็บป่วย และปัจจัยความต้องการข้อมูลก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ กับความวิตกกังวลของผู้ป่วยส่องกล้องลำไส้ใหญ่ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่มารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ณ ห้องส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร แผนกห้องผ่าตัด โรงพยาบาลจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 152 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง แบบสุ่มอย่างง่าย เก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ 4 ส่วน ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูลการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และสภาวะการเจ็บป่วย แบบสอบถามความต้องการข้อมูลของผู้ป่วยส่องกล้องลำไส้ใหญ่ และแบบสอบถามความวิตกกังวลของผู้ป่วยส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.81 และ 0.76 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และสถิติไคสแควร์</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการข้อมูลอยู่ในระดับมาก ความวิตกกังวลอยู่ในระดับสูง อายุและระยะเวลาการเป็นโรคมีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความต้องการข้อมูลข่าวสารมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงกับความวิตกกังวลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่ปัจจัยอื่นไม่มีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวล ดังนั้นพยาบาลจึงควรพัฒนาโปรแกรมการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อช่วยบรรเทาความวิตกกังวลอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มความพึงพอใจในบริการต่อไป</p> มาณิกา อยู่สำราญ; ดวงธิดา ช่างย้อม, กัญจน์ณิชา เรืองชัยทวีสุข, สุระเดช ไชยตอกเกี้ย, วิชชุดา อันทรง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/284091 Tue, 07 Jul 2026 00:00:00 +0700 ประสบการณ์การเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลจบใหม่ในระยะเปลี่ยนผ่าน: การวิจัยเชิงคุณภาพ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/284118 <p>พยาบาลพี่เลี้ยงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในระยะเปลี่ยนผ่านของพยาบาลจบใหม่ จากชีวิตนักศึกษาพยาบาลสู่การเป็นพยาบาลวิชาชีพอย่างภาคภูมิใจ การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลจบใหม่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ผู้ให้ข้อมูลคือพยาบาลพี่เลี้ยงที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จำนวน 27 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด รวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม จำนวน 3 กลุ่ม กลุ่มละ 8-10 คน ใช้เวลากลุ่มละ 60–70 นาที วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา </p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ประสบการณ์การเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลจบใหม่ในระยะเปลี่ยนผ่าน สามารถสรุปได้ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) การรับรู้เกี่ยวกับบทบาทการเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลจบใหม่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ประกอบด้วย ผู้สร้างความมั่นใจในการทำงาน ผู้ชี้แนะการลงมือปฏิบัติงานครั้งแรก ผู้ช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และผู้เป็นแบบอย่างที่ดีทางวิชาชีพ 2) การทำหน้าที่เป็นพยาบาลพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลจบใหม่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ประกอบด้วย ทบทวนความรู้ภาคทฤษฎี ถ่ายทอดประสบการณ์ภาคปฏิบัติ สนับสนุนให้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ให้ความเป็นกันเองในการทำงานร่วมกัน และเสริมสร้างพลังอำนาจในการทำงาน และ 3) ความท้าทายในการทำหน้าที่เป็นพยาบาลพี่เลี้ยงให้กับพยาบาลจบใหม่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ประกอบด้วย การเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงจากการมอบหมายงาน ขาดความมั่นใจในความรู้ของตนเอง ความซ้อนทับการทำหน้าที่ของพยาบาลพี่เลี้ยง ความแตกต่างทางความคิดของช่วงวัย และขาดแนวทางการทำหน้าที่พยาบาลพี่เลี้ยงที่ชัดเจน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ผู้บริหารทางการพยาบาลควรมีการกำหนดแนวทางการสรรหาและพัฒนาศักยภาพพยาบาลพี่เลี้ยงสำหรับการสอนงานพยาบาลจบใหม่อย่างเหมาะสม และพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการที่ลดความซ้อนทับการทำหน้าที่ของพยาบาลพี่เลี้ยง เพื่อให้พยาบาลพี่เลี้ยงสามารถทำหน้าที่ของการเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงได้เต็มศักยภาพ</p> ภัทรมนัส พงศ์รังสรรค์ , ระวีวรรณ พิไลยเกียรติ, ปวงกมล กฤษณบุตร , อชิรญาน์ ศรีพัฒนาวัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/284118 Wed, 08 Jul 2026 00:00:00 +0700