วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned <p><strong>วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ (</strong><strong>Journal of Nursing and Therapeutic Care)</strong></p> <p><strong><span class="font-weight-bold" data-v-4fadc455="">ISSN:</span> 2985-1432 (Online)</strong></p> <p>วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ ชื่อเดิม: วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </p> <p>และเปลี่ยนเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษ <strong>จากเดิม "Journal of Nursing and Health Care" </strong></p> <p><strong>เป็น “Journal of Nursing and Therapeutic Care”</strong></p> <p>วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ (Journal of Nursing and Therapeutic Care) เป็นของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางของบุคลากรวิชาชีพการพยาบาลฯ การดูแลสุขภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมเผยแพร่ความรู้และแนวปฏิบัติจากงานวิจัย บทความวิชาการ และบทความอื่นๆที่น่าสนใจ <strong>เพื่อเพิ่มพูนความเข้มแข็งทางวิชาชีพการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ</strong> ดังนั้นจึงใคร่ขอเชิญชวนให้พยาบาลทุกท่านและผู้ที่เกี่ยวข้องที่สนใจส่งบทความมาเผยแพร่ในวารสารนี้ กองบรรณาธิการยินดีรับเรื่องที่ท่านส่งมาและยินดีสรรหาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ท่านเขียน มาให้ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงต้นฉบับให้ได้คุณภาพอย่างสมบูรณ์แบบ</p> <p>ตีพิมพ์ปีละ 4 ฉบับ ทุก ๆ 3 เดือน</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน</p> <p>ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม</p> สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ th-TH วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2985-1432 ปัจจัยทำนายการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของพยาบาลแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/282373 <p>การวิจัยเชิงทำนายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของพยาบาลแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ได้แก่ ความวิตกกังวลต่อการติดเชื้อ ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อ และทัศนคติต่อการป้องกันการติดเชื้อ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 73 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 5 ชุด ผ่านการตรวจคุณภาพด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาได้ค่า CVI เท่ากับ 1 เครื่องมือประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบประเมินความวิตกกังวลต่อการติดเชื้อ 3) แบบทดสอบความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อ มีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.26 4) แบบวัดทัศนคติต่อการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อ มีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.85 และ 5) แบบสอบถามการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อ มีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบนำเข้า </p> <p>ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความวิตกกังวลต่อการติดเชื้อในระดับค่อนข้างสูง ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อในระดับปานกลาง ทัศนคติต่อการป้องกันการติดเชื้อในระดับน้อย และการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระดับมาก ผลวิเคราะห์ปัจจัยทำนายการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อฯ พบว่า ความวิตกกังวลต่อการติดเชื้อ ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อ และทัศนคติต่อการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อสามารถร่วมกันทำนายการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ร้อยละ 11 โดยความวิตกกังวลต่อการติดเชื้อเป็นปัจจัยที่สามารถทำนายการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อฯของกลุ่มตัวอย่างได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับผู้บริหารในการพัฒนาระบบควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต </p> ณัฏฐจิรนันท์ วาสุเทพรังสรรค์ สุมลชาติ ดวงบุบผา บัวหลวง สำแดงฤทธิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-08 2026-04-08 44 2 e282373 e282373 ผลของการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่นโดยใช้สื่อมัลติมีเดียต่อพฤติกรรมการดูแลอย่างเอื้ออาทรของนิสิตพยาบาล https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/282378 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดสองครั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรม การดูแลอย่างเอื้ออาทรของนิสิตพยาบาลที่ฝึกประสบการณ์ปฏิบัติการพยาบาลบนคลินิก รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น 2 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเตรียมความพร้อมด้วยสื่อการสอนมัลติมีเดียและกลุ่มที่ได้รับการเตรียมความพร้อมด้วยวิธีปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3 จำนวน 102 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 51 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบบล็อก เครื่องมือทดลองคือสื่อการสอนมัลติมีเดียที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมและแนวคิดการดูแลอย่างเอื้ออาทร 6C’s ของ Roach ประกอบไปด้วย 6 ด้าน ได้แก่ ด้านความเมตตากรุณา ด้านความสามารถ ด้านความเชื่อมั่น ด้านการมีสำนึกทางจริยธรรม ด้านความยึดมั่นผูกพัน และด้านบุคลิกลักษณะ ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิมีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ 0.96 เครื่องมือรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลอย่างเอื้ออาทรของนิสิตพยาบาลมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Wilcoxon signed rank test และ Mann-Whitney U test</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลอย่างเอื้ออาทรเพิ่มขึ้นจากสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และกลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลอย่างเอื้ออาทรสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษาทำให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติด้วยสื่อการสอนมัลติมีเดียมีแนวโน้มช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลอย่างเอื้ออาทรของนิสิตพยาบาล อย่างไรก็ตามยังจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์การเรียนการสอนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกมิติของความเอื้ออาทรอย่างยั่งยืน</p> กนกจันทร์ เขม้นการ นิศาชล สังฆ์สุข วัชราวรรณ วงศ์เครือศร สุรชาติ สิทธิปกรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-08 2026-04-08 44 2 e282378 e282378