https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/issue/feed
วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์
2026-01-05T00:00:00+07:00
ดร.เกษราภรณ์ เคนบุปผา
journal@bcnsp.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ เป็นวารสารวิชาการและการวิจัย ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการทางสุขภาพและที่เกี่ยวข้องของนักวิชาการ พยาบาล บุคลากรทางสุขภาพ และทางการศึกษา รวมทั้งนักวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา และองค์กรสุขภาพทั่วประเทศ</p>
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/284277
การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก
2025-12-09T13:04:57+07:00
วีระนุช มยุเรศ
Arkidcare64@gmail.com
นันทวดี ใจหาญ
arkidcare64@gmail.com
พัฒนพร ตรีสูนย์
Arkidcare64@gmail.com
เกศรา ศรีสำอางค์
Arkidcare64@gmail.com
พรทิภา ธิวงศ์
Arkidcare64@gmail.com
<p>การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคลมชักและศึกษาประสิทธิผลของระบบในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแล แบบเอื้ออาทรของ Swanson และแนวทางเวชปฏิบัติของสถาบันประสาทวิทยา เป็นกรอบแนวคิดเชิงเนื้อหา และใช้ทฤษฎีระบบเป็นกรอบในการดำเนินงาน กลุ่มตัวอย่างได้จากการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ประกอบด้วย เด็กโรคลมชัก 45 ราย ผู้ดูแลหลัก 45 ราย และพยาบาลที่ดูแล 55 ราย เก็บข้อมูลระหว่าง 1 กรกฎาคม 2567 – 20 มิถุนายน 2568 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวปฏิบัติการพยาบาล แผนการพยาบาลแบบเอื้ออาทร และระบบติดตามผ่าน Telehealth วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test</p> <p><strong>ผลการวิจัย</strong><strong>:</strong> พบว่า 1) ระบบการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ การพัฒนาสมรรถนะพยาบาลผู้จัดการรายกรณี (nurse case manager) การใช้แนวปฏิบัติการดูแลแบบเอื้ออาทร 5 ขั้นตอน ระบบการส่งต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ และการติดตามเยี่ยมบ้านผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telehealth) 2) ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผล พบว่าภายหลังการใช้ระบบ พยาบาลมีการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลางเป็นระดับมากที่สุด (<em>p</em> < .001) คะแนนความรู้และพฤติกรรมการดูแลของผู้ดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>p</em> < .001) และมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ที่สำคัญ พบว่าอัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วัน (Unplanned readmission) และอัตราการกลับเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU readmission) ลดลงเป็นศูนย์ (0%) แสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กโรคลมชักได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
2026-01-19T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/281859
ผลของโปรแกรมสนับสนุนการให้ข้อมูลแบบรูปธรรม-ปรนัยต่อความวิตกกังวลของสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรกในห้องฉุกเฉิน
2025-10-10T14:42:51+07:00
สุมาลี สีส่วน
6570109036@student.chula.ac.th
ศกุนตลา อนุเรือง
Sakuntala.a@chula.ac.th
<p>การให้ข้อมูลแบบรูปธรรม-ปรนัย (Concrete-objective information) เป็นกระบวนการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยให้บุคคลสร้างภาพในจินตนาการและโครงสร้างความรู้สำหรับควบคุมการตอบสนองของตนเองเมื่อเผชิญสถานการณ์คุกคาม การวิจัยกึ่งทดลองนี้ (Quasi-experimental research) ใช้รูปแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง (Two-group pretest-posttest design) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสนับสนุนการให้ข้อมูลแบบรูปธรรม–ปรนัยต่อความวิตกกังวลของสมาชิกครอบครัวผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรก ณ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ กลุ่มตัวอย่างคือสมาชิกครอบครัวผู้ป่วยจำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมสนับสนุนการให้ข้อมูลฯ และแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบประเมินความวิตกกังวลขณะเผชิญ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา Independent t-test และ Paired t-test</p> <p><strong>ผลการวิจัย</strong><strong>: </strong>ผลการวิจัยพบว่าสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ห้องฉุกเฉินในกลุ่มทดลอง ภายหลังได้รับโปรแกรมมีคะแนนความวิตกกังวลตํ่ากว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>p</em> < 0.05) และคะแนนความวิตกกังวลของสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วยในกลุ่มทดลองภายหลังได้รับโปรแกรมตํ่ากว่าในสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วยได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>p</em> < 0.05) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการใช้โปรแกรมการสนับสนุนการให้ข้อมูลแบบรูปธรรม – ปรนัยผ่านสื่อวิดีทัศน์ ต่อความวิตกกังวล สามารถลดความวิตกกังวลของสมาชิกสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรกในห้องฉุกเฉินได้ ดังนั้น จึงควรนำโปรแกรมการตอบสนองความต้องการของครอบครัวไปใช้ เพื่อลดความวิตกกังวลอย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p> </p>
2026-01-19T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์