วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy <p>วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ (ISSN 2985-1343 (Online)) ดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา เป็นวารสารที่ได้รับการรับรองจากศูนย์ดัชนีวารสาร (TCI) เผยแพร่ทุก 4 เดือน (ปีละ 3 ฉบับ) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ของนักวิชาการ และนักวิจัย ในรูปแบบบทความวิจัย และบทความปริทัศน์ ในสาขาการพยาบาล การศึกษาพยาบาล และสาขาสุขภาพอื่นๆ รวมทั้งการทบทวนวรรณกรรมอยางเป็นระบบ การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาล กรณีศึกษา และนวัตกรรมทางการพยาบาลและสุขภาพผู้นิพนธ์ต้องยืนยันว่า นิพนธ์ต้นฉบับที่ส่งมาเพื่อรับการพิจารณาตีพิมพ์ ในวารสารฉบับนี้ ไม่เคยได้รับตีพิมพ์เผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น นิพนธ์ต้นฉบับแต่ละเรื่องจะได้รับการประเมิน โดยกองบรรณาธิการ และและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยจำนวน 3 ท่าน แบบปกปิด 2 ทาง</p> th-TH journal@bcnpy.ac.th (ผศ.ดร.อรัญญา นามวงศ์) journal@bcnpy.ac.th (นางสาวนันท์นภัส ทาลายา) Sat, 22 Aug 2026 17:07:11 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจต่อการปฏิบัติการป้องกันมะเร็งปากมดลูกของสตรีวัยเจริญพันธุ์ในชุมชน https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/282146 <p>มะเร็งปากมดลูกส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสตรีวัยเจริญพันธุ์ การป้องกันมะเร็งปากมดลูกจึงมีความสำคัญต่อการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การวิจัยกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติการป้องกันมะเร็งปากมดลูกก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมและเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติการป้องกันมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุ 30-60 ปี จำนวน 52 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 26 คน กลุ่มทดลอง 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ประกอบด้วย แผนกิจกรรมในโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก สไลด์ วีดิทัศน์ และตัวแบบเชิงบวก เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามการปฏิบัติการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาได้เท่ากับ 1.0 และหาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ โดยใช้สูตรค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่น .81 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการทดสอบความน่าจะเป็นของฟิชเชอร์ และสถิติการทดสอบไคสแควร์ ผลการวิจัย พบว่า หลังการเข้าร่วมโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจกลุ่มทดลองมีระดับการปฏิบัติการป้องกันมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าก่อนเข้ารับโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;.001) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกสามารถนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> รัญชิดา หวานเสียง, ศิวพร อึ้งวัฒนา, นพมาศ ศรีเพชรวรรณดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/282146 Tue, 25 Aug 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตต่อความเครียด ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/282104 <p>การเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตของผู้สูงอายุทั้ง 3 องค์ประกอบ คือ ฉันเป็น ฉันมี และฉันสามารถสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบ 2 กลุ่ม วัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความแข็งแกร่งในชีวิต ความเครียด ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุระหว่างก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง และระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลอง คือ ผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ<br />บ้านดอนโตนด และกลุ่มควบคุม คือ ผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุการะเกด กลุ่มละ 56 คน เครื่องมือดำเนินการวิจัย คือ โปรแกรมการสร้างเสริมความแข็งแกร่งในชีวิตของผู้สูงอายุ จำนวน 10 ครั้ง ๆ ละ 120 นาที ระยะเวลา 5 สัปดาห์ เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบประเมินความแข็งแกร่งในชีวิต 2) แบบประเมินความเครียด 3) แบบประเมินดัชนีชี้วัดความสุขคนไทย และ 4) แบบวัดคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคของแบบประเมิน เท่ากับ .83 .85 .83 และ .87 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ การทดสอบค่าทีแบบจับคู่ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม ผลการศึกษา พบว่า คะแนนเฉลี่ยความแข็งแกร่งในชีวิต ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุของกลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;.001) และคะแนนเฉลี่ยความเครียดของผู้สูงอายุของกลุ่มทดลองหลังการทดลองต่ำกว่าก่อนการทดลอง และต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;.001) ดังนั้นโปรแกรมการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตของผู้สูงอายุมีผลทำให้ผู้สูงอายุสามารถรับมือกับความเครียดได้ดี มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในชีวิตของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุอื่น ๆ ต่อไป </p> ภัทรพร ทองคำ, กรรณิกา เรืองเดช ชาวสวนศรีเจริญ, จีราภรณ์ กรรมบุตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/282104 Sat, 22 Aug 2026 00:00:00 +0700