https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/issue/feed
วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ
2026-04-16T09:31:09+07:00
ผศ.ดร.อรัญญา นามวงศ์
journal@bcnpy.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ (ISSN 2985-1343 (Online)) ดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา เป็นวารสารที่ได้รับการรับรองจากศูนย์ดัชนีวารสาร (TCI) เผยแพร่ทุก 4 เดือน (ปีละ 3 ฉบับ) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ของนักวิชาการ และนักวิจัย ในรูปแบบบทความวิจัย และบทความปริทัศน์ ในสาขาการพยาบาล การศึกษาพยาบาล และสาขาสุขภาพอื่นๆ รวมทั้งการทบทวนวรรณกรรมอยางเป็นระบบ การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาล กรณีศึกษา และนวัตกรรมทางการพยาบาลและสุขภาพผู้นิพนธ์ต้องยืนยันว่า นิพนธ์ต้นฉบับที่ส่งมาเพื่อรับการพิจารณาตีพิมพ์ ในวารสารฉบับนี้ ไม่เคยได้รับตีพิมพ์เผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น นิพนธ์ต้นฉบับแต่ละเรื่องจะได้รับการประเมิน โดยกองบรรณาธิการ และและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยจำนวน 3 ท่าน แบบปกปิด 2 ทาง</p>
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/279366
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงชาวไทใหญ่
2025-05-29T21:44:41+07:00
จันจิรา คณาวุฒิกร*
kj222537@gmail.com
เดชา ทำดี
decha.t@cmu.ac.th
ศิวพร อึ้งวัฒนา
sivaporn.a@cmu.ac.th
<p>ความเชื่อด้านสุขภาพส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิต การศึกษาเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตและศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงชาวไทใหญ่กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงชาวไทใหญ่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 175 คน คัดเลือกจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์ ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ความเชื่อด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิต มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .97 และ .99 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสหสัมพันธ์แบบพอยท์ไบซีเรียล สถิติทดสอบหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อีต้า และสถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า พฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงชาวไทใหญ่โดยรวมอยู่ในระดับดี (\bar{x}=45.79, <em>SD</em>=7.36) และ ปัจจัยด้านเพศหญิงและการมีญาติสายตรงป่วยด้วยโรคความดันโลหิต มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>r<sub>pb</sub></em>=.417, <em>p</em><.01 และ <em>r<sub>pb</sub></em>=.514, <em>p</em><.01) ตามลำดับ และการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวม พบว่า มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>r<sub>pb</sub></em>=.443, <em>p</em><.001) ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับบุคลากรทางด้านสุขภาพเพื่อใช้ในการวางแผนส่งเสริมการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมความดันโลหิตในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงชาวไทใหญ่</p>
2026-04-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ