https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JND/issue/feed วารสารกองการพยาบาล 2026-10-07T13:22:03+07:00 ภูวนาถ ป้อมเมือง ndjournal@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสารกองการพยาบาล Journal of Nursing Division</strong></p> <p><strong>ISSN 3088 - 1706 (Online)</strong></p> <p> </p> https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JND/article/view/292297 ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ 2026-10-01T17:25:58+07:00 ฐิญาภัณณ์ ภูมิชัยวิวัฒน์ ratana@ptu.ac.th รัตนา มาฆะสวัสดิ์ ratana@ptu.ac.th กษิดิศ ครุฑางคะ ratana@ptu.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์แบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วน และความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 166 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิตามสัดส่วน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับเด็กและเยาวชนไทยที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ของกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับไม่เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันโรคอ้วน (M = 68.90, SD = 13.70) และมีพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนอยู่ในระดับไม่ถูกต้อง (M = 59.90, SD = 8.95) ความรอบรู้ด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.33, p &lt; 0.001) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย หน่วยงานด้านสุขภาพและสถานศึกษาจึงควรนำผลการศึกษาไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนที่เหมาะสมกับเด็กวัยเรียนและบริบทของพื้นที่</p> 2026-10-01T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองการพยาบาล https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JND/article/view/292315 ประสิทธิผลของที่นอนยางพาราต่อสภาพผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับในชุมชน อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 2026-10-02T11:11:33+07:00 วีณา ภักดีสิริวิชัย veena@stic.ac.th พัชราภา เลิศรู้ veena@stic.ac.th ลภัส คณาสาร veena@stic.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p>การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของที่นอนยางพาราต่อสภาพผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับในชุมชน อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ จำนวน 28 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ ที่นอนยางพารา เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบประเมินการใช้นวัตกรรม แบบประเมินสภาพผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูก และแบบประเมินความพึงพอใจ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์เท่ากับ 0.77 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.70 กลุ่มตัวอย่างใช้ที่นอนยางพาราเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยประเมินสภาพผิวหนังก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ&nbsp; paired t-test</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการใช้ที่นอนยางพารา คะแนนสภาพผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกลดลงกว่าก่อนใช้ที่นอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.45, p &lt; 0.001) กลุ่มตัวอย่างทุกรายสามารถใช้ที่นอนยางพาราได้อย่างถูกต้อง (ร้อยละ 100) และมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.67, SD = 0.71) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการใช้ที่นอนยางพารามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ และสามารถนำไปใช้ร่วมกับแนวทางการพยาบาลมาตรฐานเพื่อส่งเสริมการป้องกันแผลกดทับในผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลในชุมชน</p> 2026-10-02T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองการพยาบาล