วารสารวิชาการกัญชา กัญชง และสมุนไพร https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JCHH <p><strong>วัตถุประสงค์ </strong>วารสารวิชาการกัญชา กัญชง และสมุนไพร ISSN 2985-0177 (Online) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ดำเนินการจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแผ่ความรู้สำหรับนักวิชาการ คณาจารย์ นักวิจัยและผู้สนใจให้มีแหล่งในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ งานวิจัย และผลงานสร้างสรรค์ความรู้ ตลอดจนวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับด้านกัญชา กัญชง และสมุนไพร</p> <p><strong>กลุ่มและขอบเขตของงานที่เปิดรับบทความแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้</strong></p> <p><strong>กลุ่มที่</strong><strong>1</strong> ด้านกัญชา กัญชง และสมุนไพร</p> <p><strong>กลุ่มที่</strong><strong>2</strong> ด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกัญชา กัญชง และสมุนไพร</p> <p><strong>กลุ่มที่</strong><strong>3</strong> ด้านบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การค้า และเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา กัญชง และสมุนไพร</p> <p><strong>พิมพ์เผยแพร่ปีละ </strong><strong>1 ฉบับ </strong>ระหว่างเดือน มกราคม – ธันวาคม</p> <p><strong>**ไม่มีค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความและการเผยแพร่บทความ**</strong></p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ </strong>บทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความที่มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือมีความเกี่ยวข้องตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (Double-Blind)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ </strong>บทความวิจัย (Research article) บทความวิชาการ (Academic article)</p> <p><strong>ที่ปรึกษาบรรณาธิการ</strong><strong> </strong>รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์กลางนครราชสีมา</p> <p><strong>หัวหน้ากองบรรณาธิการ </strong>ผศ.น.สพ.ดร.เชวง สารคล่อง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประจำวิทยาเขตสกลนคร</p> <p><strong>บรรณาธิการ </strong>ผศ.ดร.นำพน พิพัฒน์ไพบูลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร</p> <p><strong>รองบรรณาธิการ </strong>ผศ.ดร.สุรเชรษฐ์ สีชำนาญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร</p> มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร th-TH วารสารวิชาการกัญชา กัญชง และสมุนไพร 2985-0177 <p>ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์</p> <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</p> <p>บทความ ข้อมูล เนื่อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการดีพิมพ์ในวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารทดสอบระบบ ThaiJo2 ก่อนเท่านั้น</p> การยอมรับเทคโนโลยี IoT เพื่อการเกษตร ของเกษตรกร ต.ละเบิก อ.เมือง จ.สุรินทร์ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JCHH/article/view/275733 <p>การวิจัยเรื่อง การยอมรับเทคโนโลยี IoT เพื่อการเกษตร ของเกษตรกร ต.ละเบิก อ.เมือง จ.สุรินทร์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อการเกษตร ของเกษตรกร ต.ละเบิก อ.เมือง จ.สุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างคือเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมการพัฒนาระบบสมาร์ทฟาร์มเพื่อยกระดับการทำเกษตร สู่ชุมชนเกษตรดิจิทัล ต.ละเบิก อ.เมือง จ.สุรินทร์ จำนวน 30 คน ใช้แบบสอบถามที่หาค่าความเชื่อมั่นด้วย Cronbach’s Alpha ได้ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 เป็นเครื่องมือในการทำวิจัย แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของของเกษตรกร ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการยอมรับเทคโนโลยี IoT เพื่อการเกษตร การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ การวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) ผลการวิจัยได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1. ข้อมูลลักษณะทางประชากรศาสตร์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อยู่ในช่วงอายุ 55 – 64 ปี มีระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน 10,000 บาท 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการยอมรับเทคโนโลยี เกษตรกรมีความเห็นต่อการยอมรับเทคโนโลยี IoT เพื่อการเกษตร ด้านสะดวกต่อการใช้งาน ด้านใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการยอมรับในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.97 และ 4.03 ตามลำดับ ด้านตรงต่อความต้องการ ด้านประหยัดเวลา ด้านประหยัดแรงงาน ด้านประหยัดทรัพยากรน้ำ เกษตรกรมีการยอมรับในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.83, 4.77, 4.77 และ 4.60 ตามลำดับ ส่วนด้านใช้ได้ง่ายไม่ต้องอาศัยความรู้ด้านเทคโนโลยีมาก ด้านสามารถใช้ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีผู้ช่วย ด้านสามารถเรียนรู้จากคู่มือได้ ด้านราคาเหมาะสมสำหรับเกษตรกร เกษตรกรมีการยอมรับในระดับ น้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.73 และ 1.50 ตามลำดับ เมื่อเฉลี่ยรวมทุก ๆ ด้านแล้วเกษตรกรมีการยอมรับอยู่ในระดับดี ประโยชน์ที่ได้จากการวิจัยนี้ หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดโครงการในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาช่วยทำอาชีพเกษตรของเกษตรกร</p> สุรัตน์ สุขมั่น จักรพงษ์ เจือจันทร์ พิสชานันท์ สนธิธรรม ประภาพร บุญปลอด พงษกร โพธิงาม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการกัญชา กัญชง และสมุนไพร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-05-21 2025-05-21 4 1 10 เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร (กรณีแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น) https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JCHH/article/view/277031 <p>งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาและประเมินผลเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ สำหรับอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร โดยมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและประชาสัมพันธ์ศักยภาพอันโดดเด่นของพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นในวงกว้าง แม้ว่าอำเภอภูพานจะเพียบพร้อมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเช่น อุทยานแห่งชาติภูพาน, วัดพระพุทธบาทน้ำทิพย์, และเขื่อนน้ำพุง ตลอดจนผลิตภัณฑ์ชุมชนอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ผ้าย้อมคราม และสินค้าเกษตรอินทรีย์นานาชนิด ข้อมูลเหล่านี้ยังคงกระจัดกระจายและขาดช่องทางในการเข้าถึงที่สะดวกและเป็นระบบสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปด้วยเหตุนี้ การวิจัยจึงได้ดำเนินการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โดยยึดหลักการออกแบบที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (User-Centered Design) และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเว็บที่ทันสมัย เช่น HTML, CSS, และ JavaScript เพื่อให้เว็บไซต์มีความสวยงาม น่าใช้งาน และสามารถตอบสนองต่อการแสดงผลบนอุปกรณ์ที่หลากหลายได้อย่างสมบูรณ์ (Responsive Web Design) เนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้รับการรวบรวมและจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมรูปภาพและวิดีโอประกอบ เส้นทางการเดินทาง ข้อมูลติดต่อ รวมถึงส่วนเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งนำเสนอประวัติความเป็นมา กระบวนการผลิต และช่องทางการสั่งซื้อเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการระบบแผนที่และช่องทางสื่อสารเบื้องต้น เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้แก่ผู้ใช้งานจากการดำเนินการประเมินผลเบื้องต้นกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท้องถิ่น พบว่าเว็บไซต์ที่ได้รับการพัฒนานี้มีความน่าสนใจ มีข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแผนการท่องเที่ยวและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผู้ใช้งานส่วนใหญ่แสดงความพึงพอใจต่อการออกแบบและความสะดวกในการใช้งานในระดับสูง ผลการวิจัยนี้จึงชี้ให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของเว็บไซต์ในการเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและยกระดับเศรษฐกิจของอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนครให้ก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน</p> ขนิษฐา สุวรรณชัยรบ พัชรมัย โภคะกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการกัญชา กัญชง และสมุนไพร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-31 2025-12-31 4 11 25 การศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังเกี่ยวกับการใช้ตำรับยาปรุงเฉพาะรายในการรักษาโรคสะเก็ดเงินในศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JCHH/article/view/280753 <p>โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่มีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตำรับยาปรุงเฉพาะรายและความถี่ในการสั่งใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินของศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างเดือนมกราคม 2563 ถึงเดือนมิถุนายน 2568 จำนวนประชากร 223 คน ใช้สถิติเชิงพรรณนาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง ได้แก่ การแจงแจงความถี่ และการหาค่าร้อยละ ผลการศึกษา พบการสั่งใช้ ยาปรุงเฉพาะรายในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน จำนวน 6 ตำรับ ได้แก่ ตำรับยาบุพโพพิการ 1 ตำรับยาบุพโพพิการ 2 ตำรับยาบุพโพพิการ 3 ตำรับยาแก้ตะโจพิการ 1 ตำรับพรหมภักตร์ 1 และตำรับยาตรีผลา ซึ่งผู้ป่วยมีลักษณะรอยโรคที่มาพบแพทย์ในลักษณะผื่นแดง คัน และ มีน้ำเหลืองบริเวณศีรษะ คอ แขน ลำตัว และขา ส่วนมากได้รับการวินิจฉัยโรคตามประเภทของโรคสะเก็ดเงินและระยะความรุนแรงของโรคแบบไม่ระบุ ด้านความถี่ในการสั่งใช้ พบว่า ตำรับยาแก้ตะโจพิการ 1 มีความถี่ในการสั่งใช้มากที่สุด ร้อยละ 40.51 รองลงมา คือ ตำรับยาบุพโพพิการ 1 ร้อยละ 29.11 ตามลำดับ ด้านประสิทธิผลหลังได้รับตำรับยา พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับตำรับยาบุพโพพิการ 1 อาการดีขึ้น ร้อยละ 43.40 ตำรับยาบุพโพพิการ 2 ขาดการติดตาม ร้อยละ 73.33 ตำรับยาบุพโพพิการ 3 อาการดีขึ้น ร้อยละ 83.33 ตำรับยาแก้ตะโจพิการ 1 (ยาอาบ) ขาดการติดตาม ร้อยละ 70.80 ตำรับพรหมภักตร์ 1 อาการดีขึ้น ร้อยละ 57.14 และตำรับตรีผลา อาการดีขึ้น ร้อยละ 63.63 ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาวิจัยทางคลินิกเพื่อยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยในการนำมาเป็นทางเลือกใช้ในการดูแลสุขภาพผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงินต่อไป</p> ชุติวัต หยู่ทองอินทร์ พิมพ์ลดา พงศ์ชัยชานนท์ ลักขณา รามวงศ์ เจนจิรา สุขเจริญจิต เขมานันท์ จูมทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการกัญชา กัญชง และสมุนไพร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-31 2025-12-31 4 26 34